วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Golf4Freedom -กอล์ฟเพื่ออิสรภาพเสรีภาพนักโทษการเมืองเสื้อแดงผู้ยากไร้ ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ท่านนักกอล์ฟไม่มีสิทธิ์พลาด

Golf4Freedom -กอล์ฟเพื่ออิสรภาพเสรีภาพ


ชื่อโครงการ- Golf4Freedom –การแข่งขันกอล์ฟการกุศล เพื่ออิสรภาพและเสรีภาพนักโทษการเมืองเสื้อแดงผู้ยากไร้ ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ท่านนักกอล์ฟไม่มีสิทธิ์พลาด

จัดโดย- สำนักข่าวThai E-news ร่วมกับกลุ่มเพื่อนอานนท์ และ Red Cyber

วัน/เวลา- เสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554 ออกรอบช็อตกันเวลา 12.30 น.

สนาม- สนามกอล์ฟDinasty อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม (ดูลิ้งค์แผนที่)http://www.travelfortoday.com/golfpic/dynastygolfandcountryclub/01_map.gif
ค่าธรรมเนียม- ค่ากรีนฟีและค่าแค็ดดี้ รวมอาหารเย็น ก๊วนVIP 15,000 บาท/ก๊วน  ก๊วนทั่วไป 12,500 บาท/ก๊วน (ราคานี้นับว่าถูกมากๆหากเทียบกับการจัดกอล์ฟการกุศลทั่วไปที่จะขายก๊วนละขั้นต่ำ25,000-50,000บาท) ก๊วนละ 5 ท่าน(กรณีไม่มีก๊วน หรือไม่ครบก๊วน เพียงท่านละ 2,500 บาท ผู้จัดจะจัดหาให้ครบก๊วน ล้วนแต่พี่น้องเรา จะได้รู้จักผูกไมตรีกันไว้)

พิเศษ-ท่านที่ไม่ใช่นักกอล์ฟ แต่ประสงค์เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารเย็นที่คลับเฮาส์ เพียงท่านละ 500 บาท ในงานพบปะกันเองและการปราศรัยจากพลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร พันเอกดร.อภิวันท์ วิริยะชัย ทนายอานนท์ นำภา โชว์เพลงขลุ่ยและกวีที่กลั่นจากใจ ฯลฯ พร้อมพริตตี้เสื้อแดงแท้ๆ

รางวัลเกียรติยศ-ทีมชนะเลิศไฟล์ท์ A รับโล่เกียรติยศจากนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ,ทีมชนะเลิศไฟล์ท์B รับโล่เกียรติยศจาก(กำลังประสานงานเพื่อสนับสนุนถ้วยรางวัล),ผู้ชนะเลิศเน็ตสกอร์ตีดีที่สุด รับโล่เกียรติยศจากรองประธานสภาผู้แทนราษฎร พันเอกดร.อภิวันท์ วิริยะชัย,รางวัลถ้วยเลดี้ กำลังติดต่อขอรับรางวัลจากคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพิเศษรางวัลบู้บี้ รับโล่จากสำนักงานกฎหมายราษฎรประสงค์ พร้อมลุ้นรับของรางวัลจากผู้สนับสนุนมากมาย

วิธีสำรองการเข้าร่วมงาน หรือสอบถามการร่วมงาน-คุณปุ้ย-วัชราภรณ์  หวลธรรม ผู้ประสานงานโครงการ ติดต่อ: โทรศัพท์มือถือ 082-6301700   หรืออีเมล์ hwacharaporn@yahoo.com และ
 วิธีชำระเงิน-โอนผ่านชื่อบัญชี  วัชราภรณ์  หวลธรรม   ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเมืองทองธานีเซ็นเตอร์ 2 เลขที่บัญชี 402-293346-1 จากนั้นแจ้งการโอนมาที่อีเมล์หรือทางมือถือคุณปุ้ย

(เพื่อเป็นการสนับสนุนโครงการนี้ กรุณาชำระล่วงหน้า เพื่อจะได้มีเงินชำระค่าสนามและค่าทดรองใช้จ่ายล่วงหน้า)

เวบไซต์ของโครงการ-โปรดติดตามที่ http://www.golf4freedom.blogspot.com/

*********

Golf4Freedom -กอล์ฟเพื่ออิสรภาพเสรีภาพ



สำนักข่าวไทยอีนิวส์ (http://thaienews.blogspot.com/index.html) ร่วมกับ"กลุ่มเพื่อนอานนท์" และRed cyber ได้ร่วมประชุมกับทนายอานนท์ นำภา และสำนักงานกฎหมายราษฎรประสงค์ ทีมทนายความช่วยเหลือทำคดีช่วยนักโทษการเมืองเสื้อแดงผู้ยากไร้ และนักโทษคดีทางความคิด และได้มีมติให้จัดกอล์ฟการกุศลขึ้นในวันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์นี้

เพื่อระดมทุนช่วยสำนักงานกฎหมายราษฎรประสงค์ ไปดำเนินการช่วยว่าความคดีนักโทษเสื้อแดงที่ยากไร้จากการสลายการชุมนุม 19 พฤษภาคม และนักโทษคดีทางความคิด ตามมาตรา 112 ซึ่งเป็นผลพวงจากการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย รวมทั้งเยียวยาญาติที่อยู่ในอุปการะนักโทษการเมืองเหล่านี้ ระหว่างที่ยังต้องโทษโดยไม่รู้ชะตากรรมว่าจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อใด


ทั้งนี้กลุ่มเพื่อนอานนท์ได้ขอเชิญชวนท่านนักกอล์ฟ ผู้รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตยทั้งมวลได้โปรดให้การสนับสนุนเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันกอล์ฟการกุศลในครั้งนี้ เพราะนอกจากท่านจะได้รับความเพลิดเพลิน ได้ออกกำลังกายตามปกติแล้ว ท่านยังจะได้มีส่วนช่วยทีมงานทนายความอาสาให้มีเงินทุนทำงานเพื่อช่วยเหลือนักโทษทางการเมือง และเป็นการตอกย้ำคำว่า"เราไม่ทอดทิ้งกัน"ให้เป็นจริงในทางปฏิบัติ

ส่วนท่านที่ไม่ใช่นักกอล์ฟ ทางคณะผู้จัดงานได้จัดกิจกรรมรองรับท่านไว้ให้ได้เข้าร่วมงานด้วยความอบอุ่น โดยช่วงเย็นหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันกอล์ฟแล้ว ท่านสามารถเข้าร่วมกิจกรรมเลี้ยงสังสรรค์ ชิงของรางวัลจากคนที่ท่านรักศรัมธา และฟังการเปิดใจของทนายอานนท์ นำภา ซึ่งกวีศรีประชา วิสา คัญทัพ ได้ยกย่องให้เป็น"สาย สีมา"วีรบุรุษประชาชนในตำนาน ผู้กลับมาในยุคพฤษภาเลือดราชประสงค์ และฟังปากคำความจริงจากญาติๆของนักโทษการเมืองที่ท่านจะได้มีส่วนประทับใจในความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของคนเสื้อแดงที่จะร่วมผนึกมือปลดปล่อยเหยื่ออยุติธรรมให้ได้รับเสรีภาพ

กิจกรรมกอล์ฟการกุศลเพื่อเสรีภาพนักโทษการเมืองเสื้อแดงผู้ยากไร้ จะเป็นกิจกรรมที่กลุ่มเพื่อนอานนท์และคณะผู้จัดงานปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้เป็นกิจกรรมที่ท่านจะบอกกับตัวเองว่า นี่เป็นกิจกรรมที่"ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ท่านไม่มีสิทธิ์จะพลาด"...

เตรียมพร้อม มาร่วมกัน สานฝันของเราปลดปล่อยเหยื่ออยุติธรรม ปลดปล่อยประเทศชาติสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง

****** 

สำนักกฎหมาย ราษฎรประสงค์”และโครงการช่วยเหลือคดีนักโทษการเมืองเสื้อแดง

หลักการและเหตุผล

          ในภาวะที่สถานการณ์ทางการเมืองที่แหลมคม   สังคมไทยยังไม่ได้เรียนรู้หรือตระหนักแม้แต่น้อยว่า  ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ซึ่งแทบทุกครั้งเกิดจากการกระทำของ รัฐ”  คนที่ได้รับผลกระทบแบบเต็มๆ ก็คือคนยากคนจน คนเล็กคนน้อย  ซึ่งเขาเหล่านั้นเป็นเพียงมวลชนที่ไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆ นอกเสียไปจาก การต้องการประชาธิปไตย และความเสมอภาคทางสังคม” 

 สำนักกฎหมายนี้จึงถูกก่อตั้งขึ้นบนพื้นฐานที่จะทำงานกับชาวบ้านผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมือง ทั้งที่ตกเป็นจำเลย  ครอบครัวของจำเลย  และผู้ได้ได้รับความเสียหายจากการกระทำของรัฐ  กล่าวโดยเฉพาะคือ  ภายหลังจากที่ทีมทนายความอาสาลงพื้นที่ไปทำงานกับชาวบ้าน  เราพบว่าปัญหาสำคัญที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่ควรคาดหมายได้คือ  การไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้  และเหตุผลเดียวที่ทำให้เป็นเช่นนั้นคือ  เขาเหล่านั้นเป็นเพียงคนเล็กคนน้อย  สิ่งที่ตามมาคือ  จำเลยไม่ได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายและครอบครัวของจำเลยล่มสลายในที่สุด

เราหลับตาลงจินตนาการถึงสังคมที่งดงาม  สังคมแห่งความเสมอภาค  สังคมที่มีความเป็นพี่เป็นน้อง  แต่เราเองก็มิได้ลงมือหรือมีส่วนร่วมในการทำให้เป็นจริงเสียที   สำนักกฎหมาย ราษฎรประสงค์จึงอาสาเข้ามาทำหน้าที่นี้  นอกจากงานคดีความแล้ว สำนักกฎหมาย ราษฎรประสงค์ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อเยียวยา และตีแผ่ความจริงที่อยู่เบื้องหลังลูกกรงสู่สาธารณะ โดยผ่านทางการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย  และยกระดับเป็นองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนโดยทั่วไปที่ไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้ 
   
วัตถุประสงค์และเป้าหมาย
         
 ๑.ให้ความช่วยเหลือทางกกฎหมายแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมือง โดยเน้นที่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของรัฐในเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม ๒๕๕๓ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมโดยทั่วไป
          ๒.เป็นศูนย์ประสานงานการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของรัฐในเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม ๒๕๕๓
          ๓.เป็นศูนย์เผยแพร่ข้อมูลทางคดีของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของรัฐในเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม ๒๕๕๓ และติดตามรวมทั้งเยียวยาจำเลย  ครอบครัวของจำเลยที่ต้องขังในคีการเมือง
          ๔.ให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนทั่วไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  การมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

บุคลากร
            สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์  มีทนายความประจำ ๓ คน ดังนี้
                               ๑. นายอานนท์  นำภา  หัวหน้าสำนักกฎหมาย 
                            การศึกษานิติศาสตร์บัณฑิต  เนติบัณทิตไทย 
                         ๒. นายอานนท์   งามสนิท   ทนายความประจำ
                            การศึกษานิติศาสตร์บัณทิต   เนติบัณทิตไทย
                         ๓. นายยุทธการ  โสภัณนา  ทนายความประจำ และเลขานุการ
                            การศึกษานิติศาสตร์บัณฑิต  และกำลังศึกษาในชั้นเนติบัณฑิต

             ทั้งนี้  สำนักกฎหมายยังใช้ระบบอาสาสมัครนักกฎหมาย(รุ่นใหม่)ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย  และประสานความช่วยเหลือกับนักกฎหมายทนายความอาสา  และผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
 หมายเหตุ ภาพการลงพื้นที่ และการปฏิบัติงานของทนายความ
                ภาพการพาญาติมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม
                 ภาพการร่วมกิจกรรมทางวิชาการ
                 http://www.facebook.com/profile.php?id=100000942179021&sk=photos#!/photo.php?fbid=185525798137825&set=t.100000942179021&pid=592089&id=100000412189735
               
  ภาพถ่ายหลังปฏิบัติงาน


จำนวนคดีที่ให้ความช่วยเหลือและพื้นที่ที่รับผิดชอบ
            คดีหลัก
๑.   คดีเผาศาลากลาง จ.มุกดาหาร ( ในนามของ ศปช.)  จำเลยจำนวนทั้งสิ้น  ๒๘ คน  ซึ่งทนายความต้องรับผิดชอบในการทำคดี  เรื่องการเยียวยาครอบครัว  เรื่องสภาพความเป็นอยู่ของจำเลย  รวมทั้งการร้องขอความเป็นธรรมตามหน่วยงานต่างๆ ปรากฏตามภาพประกอบข้างต้น
๒.     คดีคดีเผายางรถยนต์ที่ จ.เชียงราย( ในนามของ ศปช.)  (คดีสืบพยานในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ )
โดยมีจำเลย ๒ คน
๓.     คดีก่อการร้าย (ในนาม ศรส.)  ซึ่งเป็นทนายความจำเลยที่ ๑๙ โดยคดีจะมีการ สืบพยานทั้งปี ๒๕๕๔-๒๕๕๕
๔.  คดีของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ (หนูหริ่ง) (ในนาม ศรส.)    มี ๒ คดี คือ คดีพื้นที่ สน.วังทองหลาง ๑ คดี และ สน.ดินแดง ๑ คดี
๕.     คดีก่อการร้าย ซึ่งจำเลยเป็นคนกัมพูชา  ๑ คดี  คดีอยู่ในชั้นศาลแล้ว
๖.   คดีนายกฤษณะ  ธัญเจริญพงศ์ กับพวก (ขัด พรก.) ให้ความช่วยเหลือด้านการประกันตัว  และร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ
๗.     คดี นายเลื่อน จ. สกลนคร  ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน
๘.     คดีนายธันย์ฐวุฒิ   ทวีวโรดมกุล  ( นปช.ยูเอสเอ.) หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
๙.      นายสุริยัน   กกเปือย  ( ถูกกล่าวหาว่าโทรศัพท์ไปขู่วางระเบิดศิริราช ที่ ๑๙๑ )หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
๑๐.  คดีอากง ( ถูกกล่าวหาว่า ส่ง เอสเอ็มเอส ไปที่โทรศัพท์เลขานุการนายก อันมีข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ) ในนามเครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
๑๑. คดีนายคธา (ถูกกล่าวหาว่าโพสข้อความเกี่ยวกับพระอาการประชวน จนทำให้หุ้นตก) คดีอยู่ในชั้นอัยการ
๑๒.  อื่นๆ  เช่น การตามเคสต่างเพื่อให้ความช่วยเหลือทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด
รวมทั้งการลงพื้นที่เยียวยาครอบครัวผู้ต้องขังในต่างจังหวัดในคดีที่มีทนายความ        อยู่แล้ว  โดยให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชน
๑๓ .เป็นกองเลขานุการ  การตั้งเรื่องฟ้องกลับเจาหน้าที่รัฐในเหตุการณ์ ๑๐ เมษายน และ พฤษภาคม ๒๕๕๓  ในนามของ ศปช.
นอกจากการทำคดีแล้ว ยังให้คำปรึกษาทางกฎหมายในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของเสื้อแดงโดยทั่วไป  และร่วมรรรงค์ให้มีการปล่อยนักโทษทางการเมืองอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม  เนื่องจากการจับกุมของภาครัฐยังดำเนินการไปเพียง ๒๐ เปอร์เซ็น  ดังนั้นจึงคาดการได้ว่าจะมีคดีเข้ามาในสำยนักกฎหมายอีกจำนวนมากในเวลาอันใกล้นี้
งบประมาณ 
            จากการระดมทุนและเงินบริจาคจำนวนประมาณ   ล้านบาทต่อปี  โดยแบ่งเป็น
         ๑. ค่าใช้จ่ายประจำเดือน
             - เงินเดือนประจำของทนายความประจำ  จำนวน ๓ คน รวม ๓๙,๐๐๐ บาท
             - ค่าบริหารจัดการสำนักงานประมาณ  ๑๐,๐๐๐ บาท
             -  ค่าเดินทาง  และค่าตอบแทนนักกฎหมายอาสา ประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท
             รวมค่าใช้จ่ายประจำสำนักงานประมาณ  ๕๙,๐๐๐ บาท/เดือน
           ๒. ค่าใช้จ่ายการลงพื้นที่  และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เกี่ยวกับการลงพื้นที่ 
             ( ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่จะทำงานกับชาวบ้าน)
              จำนวนประมาณ  ๓๐๐,๐๐๐  บาท/ปี
                หมายเหตุ   ในส่วนของงบประมาณ เดิมทนายความอาสาสมัครจะได้รับเป็นเบี้ยเลี้ยงเฉพาะวันที่ลงพื้นที่เท่านั้น คือ วันละ 500 บาท  และวันที่ไม่ได้ลงพื้นที่ก็จะไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงค่าตอบแทน  ปัจจุบันคดีเดิมที่ทนายความได้ทำร่วมกับศูนย์ต่าง เช่น ศปช.  หรือ ศรส.  ก็ยังได้รับค่าตอบแทนในอัตราเดิม  ซึ่งการทำงานแบบนั้นย่อมทำให้ไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ เนื่องทนายความก็ยังต้องหารายได้จากทางอื่น  หรือคดีธุรกิจอื่น  ทำให้คดีชาวบ้านเสื้อแดงไม่ต่อเนื่องและไม่อาจทำได้อย่างเต็มที่
ระยะเวลาในการดำเนินงาน  
                ปี  (มกราคม ธันวาคม  ๒๕๕๔)  และประเมินผลเพื่อการพัฒนาศักยภาพเพื่อนำไปสู่การเป็นสถาบันการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนที่มีความมั่นคงในอนาคต

พื้นที่การปฏิบัติงาน
            ทั่วประเทศ  โดยเฉพาะจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุม  เช่น กรุงเทพมหานคร  และจังหวัดอื่นๆที่มีนักโทษทางการเมือง


ภาพวันเปิดสำนักงาน

ความมุ่งมั่น
            อยากให้เป็นจุดเล็กๆที่สามารถทำงานเพื่อชาวบ้านอย่างแท้จริง  เราตระหนักเสมอว่า  งานที่ทำเป็นหน้าที่  และเป็นส่วนหนึ่งของขบวนประชาธิปไตย  จากเหตุการณ์เดือนเมษายน-พฤษภาคม ๒๕๕๓  งานทางกฎหมายเป็นสิ่งที่สำคัญตราบเท่าที่ความขัดแย้งทางการเมืองยังมีอยู่  และชาวบ้านยังคงตกเป็นผู้รับผลกระทบอย่างหลีดเลี่ยงไม่ได้
          คดีความของคดีการเมืองย่อมเป็นที่สนใจแต่เฉพาะคดีของแกนนำ   หรือผู้ที่เป็นที่รู้จักเท่านั้น  ส่วนชาวบ้านคนเล็กคนน้อยต้องคอยเศษความช่วยเหลือ  และรอการเงียบหายไปในสังคมเท่านั้น  ทั้งที่เขาเหล่านั้นเป็นคนที่พร้อมยอมตาย  และเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย   
          จากการทำงานกับชาวบ้านภายหลังเหตุการณ์สลายการชุมนุม  เราพบว่า  การจัดการการให้ความช่วยเหลือยังมีปัญหา  และอุปสรรคอยู่มาก  ทั้งในเรื่องบุคลากรของนักกฎหมายทนายความ และจำนวนคดีที่ต้องให้ความช่วยเหลือ  รวมทั้งความเป็นสองมาตรฐานในกระบวนการยุติธรรมไทยอันเป็นกำแพงที่ขบวนการประชาชนต้องทำลายลงให้ได้ 
          สิ่งที่ต้องยอมรับอย่างเปิดเผยก็คือ  สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์  มีคนทำงานที่เป็นคนรุ่นใหม่จริงๆ  คือ  เป็นนักกฎหมายที่มีอายุเพียง ๒๕-๒๖ ปี  แน่นอนว่าเราถูกดูแคลนเรื่องความสามารถตามวัยวุฒิอยู่มาก  แต่ด้วยความที่เป็นคนรุ่นใหม่นี่แหละที่ทำให้เราพิสูจน์ว่า  เรามีความมุ่งมั่นและตั้งใจเต็มเปี่ยมที่จะทำงาน  ความห้าวของคนรุ่นใหม่เป็นเหมือนใบเบิกทางให้การลงพื้นที่ไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ  การเข้าถึงชาวบ้านและการทุ่มเททำให้จากเดิมที่เป็นเพียงทนายความอาสา  ขอยื่นใบสมัครเข้ามาทำหน้าที่อันใหญ่หลวงของขบวนประชาธิปไตย 
          ด้วยการเล็งเห็นว่า  การทำงานแบบอาสาสมัครไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่  และคนทำงานก็จะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสังคม   สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์  จงได้จัดตั้งขึ้นโดยหวังจะตอบคำถามของทั้งเนื้องานและคนทำงาน  และเราได้พิสูจน์การทำงานมาในระดับหนึ่ง  จนมีพี่ๆ นักกิจกรรม  และนักเคลื่อนไหวทางสังคมเห็นความสำคัญและร่วมกันจัดตั้งขึ้น  โดยหวังว่า เราจะได้รับการสนับสนุน  และให้เป็นสำนักกฎหมายที่ ราษฎรประสงค์ อย่างแท้จริง
           รายละเอียดปรากฏตาม บทสัมภาษณ์ทนายอานนท์  นำภา ใน